Alibaba 7 สิ่งนวัตกรรมจีน สร้างสรรค์โลก

Alibaba 7สิ่งสร้างชื่อ made in China alibaba Alibaba 7 สิ่งนวัตกรรมจีน สร้างสรรค์โลก 7            alibabaweb

Alibaba จีน ประเทศลำดับที่ 26 ใน 160 ประเทศทั่วโลก ที่ World Bank จัดอันดับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดของระบบ Logistics ในโลก และยังครองความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การสื่อสารและธุรกิจ E-Commerce 

วันนี้ Alibabaeasy ได้รวบรวมนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นโดยชาวจีนและโด่งดังไปทั่วโลก จวบจนถึงทุกวันนี้ มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

  1. baidu.com (ไป่ตู้) Search Engines อันดับหนึ่งของประเทศจีนและเป็นเว็บไซต์ติดอันดับคนใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก (ข้อมูลเดือน ส.ค.2562) โดยมีผู้เข้าชม 9.77 ล้านคน/เดือน ไป่ตู้มีดัชนีข้อมูลมากกว่า 740 ล้านเว็บเพจ 80 ล้านภาพ และ 10 ล้านไฟล์เพลงและภาพยนตร์ ได้รับการจัดอันดับจาก MIT Technology Review ให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทผู้ผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีอิทธิพลของโลกอีกด้วย
  2. Taobao เว็บไซต์ขายปลีกที่ใหญ่ที่สุดในจีน หลังเปิดตัวปี 2546 โดยกลุ่ม Alibaba ก็สามารถแย่งตลาดจากเว็บไซต์ประมูลอันดับ 1 ของโลกอย่าง ebay.com มาได้ภายในเวลา 3 ปี เป้าหมายของเถาเป่าคือการเป็นเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในประเทศจีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ เน้นให้บริการฟรีในทุกฟังก์ชั่น และสร้างกำไรด้วยการเก็บค่าโฆษณาจากบริษัทใหญ่ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์สินค้าของตนเอง ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 70% และมีสินค้าในเว็บไซต์มากถึง 800 ล้านชิ้น มีผู้สมัครเป็นสมาชิก 370 ล้านคน และเป็น 1 ใน 20 เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมสูงที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังถือเป็นเว็บไซต์ที่บรรดาพ่อแม่ค้าออนไลน์ นิยมสั่งซื้อสินค้าจากจีนเพื่อมาจำหน่ายในเมืองไทย เนื่องจากเมื่อซื้อในปริมาณมากๆ ก็จะได้ในราคาที่ถูกลง แต่ยังคงคุณภาพดี คลิกอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์
  3. Tmall แหล่งรวมแบรนด์ดังอันดับต้นๆ ของประเทศจีน เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2551 โดยกลุ่ม Alibaba เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 50% จากการสำรวจล่าสุดของ iResearch นโยบายหลักของ tmall.com มุ่งเน้นไปที่การกระจายสินค้าแบรนด์เนมให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค โดยไม่มีสินค้าเลียนแบบลิขสิทธิ์ ปัจจุบันมีร้านค้าชื่อดังเข้าร่วมมากกว่า 70,000 ร้านค้า ทั้งบริษัทต่างชาติและของจีน สินค้ามีหลากหลาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ของจุกจิก เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนม ซึ่งถูกคัดเลือกมาจากบริษัทกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศจีน อาทิ UNIQLO, L’Oréal, adidas, P&G, Benefit, Unilever, Gap, Ray-Ban and Levi’s
  4. Alipay.com เป็นช่องทางการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน ก่อตั้งเมื่อปี 2547 โดยบริษัทอาลีบาบา การใช้งานง่าย สามารถชำระเงินผ่านธนาคารได้เกือบทุกธนาคารในจีน ทำให้กลายเป็นที่ยอมรับในผู้บริโภคชาวจีนและมีผู้สมัครใช้บริการมากกว่า 650 ล้านคนทั่วประเทศ ปัจจุบัน Alipay.com มีพาร์ตเนอร์เป็นสถาบันการเงินมากถึง 100 แห่ง โดยให้บริการผู้ขายถึง 460,000 ราย ครอบคลุมการซื้อขายสินค้าบนโลกออนไลน์ เกมออนไลน์ ตั๋วเครื่องบิน ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ
  5. Wechat โปรแกรมแชทอันดับ 1 ของจีน ที่ครอบคลุมการใช้งานหลายมิติ ทั้งด้านธุรกรรมการเงิน E-Payment การส่งคลิปวีดีโอ การใช้ชำระค่าบริการต่างๆ ในปี 2018 สถิติของผู้ใช้งานหรือ User ของ WeChat ทั้งหมดอยู่ที่ 1,000 ล้านคน และมีผู้ใช้งานทุกวันอยู่ที่ 600 กว่าล้านคน การทำตลาดจีนผ่านทาง WeChat จึงมีโอกาสที่เราจะสามารถแชร์หรือกระจายเนื้อหาให้เข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงและทั่วถึงที่สุด มือถือเครื่องเดียวก็ใช้งานได้ครบ การเงิน ธนาคาร การอัพโหลดดาวโหลดข้อมูล โซเชียล ฯลฯ
  6. Face Recognition นวัตกรรมสแกนใบหน้าเพื่อความปลอดภัยในการ Log in, จ่ายเงินออนไลน์ คิดค้นขึ้นโดย Megvi บริษัทจีน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีสแกนใบหน้าให้กับ Lenovo Group ปัจจุบันชาวจีนนิยมใช้ Facial Recognition ในการชำระเงินอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเมืองหลักๆ เช่น ปักกิ่ง เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ หางโจว ข้อดีอยู่ตรงที่มีความปลอดภัยสูง ปลอมแปลงยาก เนื่องจากใบหน้าของแต่ละคน มีองค์ประกอบที่แตกต่างกันอย่างจำเพาะ ซึ่งไม่สามารถทำการก๊อปปี้หรือลอกเลียนแบบกันได้
  7. นวัตกรรมหุ่นยนต์ AI อีกหนึ่งผลงานที่จีนได้สร้างสรรค์คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่โด่งดังคือหุ่นยนต์ผู้ประกาศข่าว AI คู่แรกของโลก ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักข่าวซินหัวและบริษัท com บริษัทเสิร์ชเอนจิ้นของจีน โดยหุ่นยนต์ผู้ประกาศข่าวถูกออกแบบเพื่อให้สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง พูดได้ภาษาอังกฤษและภาษาจีน รายงานข่าวทั้งบนเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ของสำนักข่าว เพื่อมุ่งหวังในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอข่าวได้